บริการของเรา
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้
มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้
มีนโยบายรับประกันสินค้า และคืนสินค้า ภายใน 7 วัน
ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อเราได้ง่ายหลากหลายช่องทาง Facebook, LINE, โทรศัพท์, อีเมลล์
เชิญแอดไลน์
เชิญแอดไลน์
ไลน์ไอดี: dusitrea หรือ โทร. 099-449-5169

วิธีวัดขนาดตลับลูกปืน (Bearing) อย่างละเอียด

การวัดขนาดตลับลูกปืนเป็นขั้นตอนสำคัญเมื่อต้องการหา Bearing ทดแทน, ตรวจสอบตลับลูกปืนเก่าที่ไม่สามารถอ่านหมายเลขรุ่นได้ หรือใช้สำหรับเทียบขนาดกับสินค้าจากผู้ผลิตรายอื่น

โดยทั่วไป ตลับลูกปืนมาตรฐานจะระบุขนาดหลักด้วยตัวเลข 3 ค่า ได้แก่

ID × OD × Width

หรือ

d × D × B

ตัวอย่าง:

25 × 52 × 15 mm

หมายถึง

  • ID (d) = 25 mm — เส้นผ่านศูนย์กลางรูใน

  • OD (D) = 52 mm — เส้นผ่านศูนย์กลางวงนอก

  • Width (B) = 15 mm — ความกว้างหรือความหนาของตลับลูกปืน

1. เครื่องมือที่ใช้วัดตลับลูกปืน

เครื่องมือที่แนะนำคือ

Vernier Caliper — เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์

เหมาะสำหรับการวัดขนาดทั่วไป เช่น

  • รูใน

  • วงนอก

  • ความกว้าง

  • ความหนาของหน้าแหวน

ควรเลือกเวอร์เนียร์ที่มีความละเอียดอย่างน้อย

0.01 mm

สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำมากขึ้น สามารถใช้

Micrometer — ไมโครมิเตอร์

เหมาะสำหรับตรวจสอบ OD หรือความกว้างที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะกรณีที่ Bearing มีการสึกหรอหรือจำเป็นต้องตรวจสอบค่าคลาดเคลื่อนของขนาด

2. วัดรูในของตลับลูกปืน — ID หรือ Bore Diameter

ค่าตัวแรกที่ต้องวัดคือ เส้นผ่านศูนย์กลางรูในของตลับลูกปืน

สัญลักษณ์มาตรฐานคือ

d

ตัวอย่างเช่น

Bearing 6205 = 25 × 52 × 15 mm

ดังนั้น

d = 25 mm

วิธีวัด

ใช้ปากวัดด้านในของ Vernier Caliper สอดเข้าไปภายในรูของ Inner Ring

จากนั้นค่อย ๆ กางปากวัดจนสัมผัสผิวด้านในของตลับลูกปืนทั้งสองฝั่ง

ควรให้เวอร์เนียร์อยู่ในแนวตรงผ่านจุดศูนย์กลางของรู

อ่านค่าที่ได้ เช่น

25.00 mm

ค่าดังกล่าวคือ Bore Diameter หรือ ID

ข้อควรระวัง

ไม่ควรวัดบริเวณขอบโค้งหรือ Chamfer ของ Inner Ring เพราะอาจทำให้ได้ค่าที่มากกว่าหรือน้อยกว่าขนาดจริง

แนะนำให้วัดอย่างน้อย 2–3 ตำแหน่ง และหมุน Bearing ประมาณ 90 องศาเพื่อตรวจสอบว่ารูด้านในยังเป็นวงกลมและไม่มีการสึกหรอผิดปกติ

3. วัดเส้นผ่านศูนย์กลางวงนอก — OD

ค่าที่สองคือ

Outside Diameter

สัญลักษณ์มาตรฐานคือ

D

ตัวอย่าง

6205 = 25 × 52 × 15 mm

ดังนั้น

D = 52 mm

วิธีวัด

ใช้ปากวัดภายนอกของ Vernier Caliper หนีบด้านนอกของ Outer Ring

ให้ปากเวอร์เนียร์สัมผัสกับผิววงนอกในตำแหน่งตรงข้ามกันพอดี

ควรวัดผ่านแนว Center Line ของ Bearing

จากนั้นอ่านค่า เช่น

52.00 mm

ค่าที่ได้คือ OD ของตลับลูกปืน

เทคนิคการวัด

ควรวัด OD อย่างน้อย 2–3 ทิศทาง เช่น

  • แนวตั้ง

  • แนวนอน

  • แนวประมาณ 45 องศา

หากค่าที่วัดได้แตกต่างกันมาก อาจหมายถึง Outer Ring มีการสึกหรอหรือเสียรูป

4. วัดความกว้างของตลับลูกปืน — Width

ค่าที่สามคือความกว้างหรือความหนาของ Bearing

สัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยคือ

B

สำหรับ Inner Ring Width

หรือ

C

ในตลับลูกปืนบางประเภทอาจใช้ระบุ Outer Ring Width

ตัวอย่าง

6205 = 25 × 52 × 15 mm

ดังนั้น

B = 15 mm

วิธีวัด

ใช้ปากวัดภายนอกของ Vernier Caliper หนีบหน้าตลับลูกปืนจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

ให้ปากวัดตั้งฉากกับหน้าของ Bearing

อ่านค่าที่ได้ เช่น

15.00 mm

ค่าดังกล่าวคือ Bearing Width

5. สรุปขนาดมาตรฐานของ Bearing

หลังจากวัดแล้วควรบันทึกข้อมูลในรูปแบบ

ID × OD × Width

ตัวอย่าง

25 × 52 × 15 mm

สามารถนำขนาดนี้ไปค้นหา Bearing ได้ทันที

ตัวอย่างเช่น

25 × 52 × 15 mm = Bearing 6205

หรือหากเป็นแบบมีซีลยางสองด้าน อาจพบเป็น

6205-2RS

หรือ

6205-2RSH

ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต

6. ตรวจสอบหมายเลข Bearing ก่อนวัด

ก่อนเริ่มวัด ควรตรวจสอบบริเวณด้านข้างของ Inner Ring หรือ Outer Ring ก่อน เพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่จะสลักหมายเลข Bearing เอาไว้

ตัวอย่างเช่น

SKF 6205-2RS1

NSK 6205DDU

NTN 6205LLU

KOYO 6205-2RS

แม้ตัวอักษรด้านหลังจะแตกต่างกัน แต่หากเป็น Bearing เบอร์ 6205 ขนาดพื้นฐานโดยทั่วไปจะเป็น

25 × 52 × 15 mm

ตัวอักษรด้านหลังจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น

  • Seal

  • Shield

  • Clearance

  • Cage

  • Lubrication

  • Internal Design

ดังนั้นหากสามารถอ่าน Part Number ได้ ควรใช้ Part Number เป็นข้อมูลหลัก และใช้การวัดขนาดเป็นการยืนยัน

7. วิธีแยก Bearing แบบ Open, ZZ และ 2RS

นอกจากขนาดแล้ว ควรตรวจสอบลักษณะฝาปิด Bearing ด้วย

Open Bearing

ไม่มีฝาปิดด้านข้าง สามารถมองเห็นเม็ดลูกปืนและ Cage ได้

ตัวอย่าง

6205

ZZ หรือ 2Z

มีแผ่นเหล็ก Shield ปิดทั้งสองด้าน

ตัวอย่าง

6205ZZ

หรือ

6205-2Z

เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันฝุ่นทั่วไปและมีแรงเสียดทานต่ำ

2RS

มี Seal ยางปิดทั้งสองด้าน

ตัวอย่าง

6205-2RS

เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกัน

  • ฝุ่น

  • สิ่งสกปรก

  • ความชื้น

  • การรั่วไหลของ Grease

เมื่อหา Bearing ทดแทน ไม่ควรดูเฉพาะขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบประเภทของ Seal หรือ Shield ด้วย

8. ตรวจสอบ Internal Clearance

Bearing ที่มีขนาดเหมือนกันอาจมี Internal Clearance แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

6205

6205/C3

6205/C4

โดยทั่วไป

CN หรือ Normal Clearance
เป็น Clearance มาตรฐาน

C3
มีระยะห่างภายในมากกว่า Normal

C4
มีระยะห่างมากกว่า C3

Bearing C3 มักพบในงานที่มี

  • ความเร็วสูง

  • อุณหภูมิสูง

  • Electric Motor

  • Pump

  • Gearbox

ดังนั้นหาก Bearing เดิมระบุ C3 ควรเลือก Bearing ทดแทนที่มี Specification เดียวกัน ไม่ควรเลือกจากขนาดอย่างเดียว

9. ตรวจสอบรูปแบบรูใน

Bearing ไม่ได้มีเฉพาะรูตรงหรือ Cylindrical Bore เท่านั้น

บางรุ่นอาจเป็น

Cylindrical Bore

รูตรงตลอด

ตัวอย่าง

6205

Tapered Bore

รูด้านในเป็นทรงเรียว

มักมีรหัส

K

ตัวอย่าง

22220 K

Bearing แบบ Tapered Bore มักใช้ร่วมกับ

Adapter Sleeve

ดังนั้นหากพบ Bearing ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Spherical Roller Bearing ควรตรวจสอบรูปแบบ Bore ด้วย

10. การวัด Bearing แบบมี Inner Ring ยื่นออกมา

Bearing บางประเภทมี Inner Ring กว้างกว่า Outer Ring เช่น

  • Insert Bearing

  • Pillow Block Bearing

  • Agricultural Bearing

ในกรณีนี้ควรวัดแยกเป็น

d = Bore Diameter

D = Outer Diameter

B = Inner Ring Width

C = Outer Ring Width

ตัวอย่างเช่น

25 × 52 × 34.1 / 15 mm

ห้ามวัดเฉพาะความกว้างรวมแล้วนำไปเทียบกับ Deep Groove Ball Bearing เพราะอาจได้ Bearing ผิดประเภท

11. การวัด Tapered Roller Bearing

สำหรับ Tapered Roller Bearing ควรตรวจสอบทั้งสองส่วนคือ

Cone — ชุด Inner Ring + Roller

และ

Cup — Outer Ring

ค่าที่สำคัญ ได้แก่

  • Bore Diameter — d

  • Cup Outside Diameter — D

  • Bearing Width — T

  • Cone Width — B

  • Cup Width — C

ตัวอย่างรูปแบบ

d × D × T

เช่น

30 × 62 × 17.25 mm

นอกจากนี้ Tapered Roller Bearing มักมีหมายเลขแยกกันระหว่าง

Cone Number

และ

Cup Number

ดังนั้นควรจด Part Number ของทั้งสองชิ้นก่อนทำการเทียบสินค้า

12. การวัด Needle Roller Bearing

Needle Roller Bearing มักมีความบางและใช้ลูกปืนทรงเข็ม

ค่าหลักที่ต้องวัดคือ

Fw × D × C

หรือในบางรุ่น

ID × OD × Width

ตัวอย่าง

20 × 26 × 16 mm

สำหรับ Needle Bearing บางประเภทอาจไม่มี Inner Ring ดังนั้นขนาดรูที่วัดได้อาจเป็นขนาดของ Roller Raceway โดยตรง

ต้องตรวจสอบโครงสร้างก่อนเลือกสินค้า

13. การวัด Thrust Bearing

Thrust Bearing มีโครงสร้างแตกต่างจาก Radial Bearing

ค่าที่ควรวัด ได้แก่

  • Inside Diameter

  • Outside Diameter

  • Total Height

ตัวอย่าง

25 × 47 × 15 mm

ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเป็น

  • Thrust Ball Bearing

  • Thrust Roller Bearing

  • Cylindrical Roller Thrust Bearing

  • Needle Roller Thrust Bearing

เพราะ Bearing หลายชนิดอาจมีขนาดใกล้เคียงกันแต่รับแรงและใช้งานแตกต่างกันอย่างมาก

14. หากตลับลูกปืนสึกหรอมาก ควรวัดอย่างไร

Bearing เก่าที่ผ่านการใช้งานมานานอาจมี

  • Outer Ring สึก

  • Inner Ring สึก

  • ผิวเป็นรอย

  • สนิม

  • Ring เสียรูป

  • Bearing แตก

ทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน

กรณีนี้ควรวัดหลายตำแหน่ง

ตัวอย่างเช่น OD วัดได้

51.97 mm

51.99 mm

52.01 mm

สามารถประเมินได้ว่าขนาดมาตรฐานเดิมน่าจะเป็น

52 mm

หลักการสำคัญคือควรนำค่าที่วัดได้ไปเทียบกับ Bearing Standard Size แทนการสั่ง Bearing ตามค่าที่วัดจากชิ้นงานเก่าโดยตรง

15. ระบบ Metric และ Inch

ตลับลูกปืนมีทั้งระบบ

Metric Bearing

ใช้หน่วย

mm

ตัวอย่าง

25 × 52 × 15 mm

Inch Bearing

ใช้หน่วย

inch

ตัวอย่าง

1.000 × 2.000 × 0.500 inch

หากวัดเป็นนิ้ว สามารถแปลงเป็นมิลลิเมตรด้วยสูตร

1 inch = 25.4 mm

ตัวอย่าง

1.000 inch = 25.4 mm

2.000 inch = 50.8 mm

ควรระวัง Bearing ระบบ Inch เพราะบางขนาดใกล้เคียง Metric มาก แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้โดยตรง

16. ตัวอย่างการวัด Bearing จริง

สมมติวัด Bearing เก่าได้ดังนี้

รูใน = 25.02 mm

วงนอก = 51.98 mm

ความกว้าง = 15.01 mm

เมื่อเทียบกับขนาดมาตรฐาน สามารถสรุปได้ว่า

Bearing Size = 25 × 52 × 15 mm

ซึ่งตรงกับ Bearing Series

6205

จากนั้นตรวจสอบหน้าตลับลูกปืนพบว่ามี Rubber Seal ทั้งสองด้าน

จึงอาจเป็น

6205-2RS

ขั้นตอนถัดไปควรตรวจสอบรหัสบน Bearing เดิมเพิ่มเติม เช่น

C3

ดังนั้นอาจได้ Specification เต็มเป็น

6205-2RS/C3

17. ข้อมูลที่ควรส่งให้ร้านค้าเมื่อต้องการเทียบ Bearing

เพื่อให้สามารถหา Bearing ได้รวดเร็วและแม่นยำ ควรส่งข้อมูลดังนี้

  1. Brand เดิม เช่น SKF, NSK, NTN, KOYO, FAG, TIMKEN

  2. Part Number / Bearing Number

  3. ID — รูใน

  4. OD — วงนอก

  5. Width — ความกว้าง

  6. ประเภท Seal เช่น Open, ZZ, 2RS

  7. Clearance เช่น C3 หรือ C4

  8. รูปถ่ายด้านหน้า

  9. รูปถ่ายด้านหลัง

  10. รูปถ่าย Part Number

  11. รูปถ่ายขณะวัดด้วย Vernier

  12. ประเภทเครื่องจักรที่ใช้งาน

หาก Part Number อ่านไม่ชัด การส่งรูป Bearing พร้อมขนาดจะช่วยให้สามารถระบุรุ่นได้แม่นยำมากขึ้น

สูตรจำง่ายสำหรับการวัดตลับลูกปืน

สำหรับ Bearing ทั่วไป ให้จำเพียง

ID × OD × Width

หรือ

d × D × B

ตัวอย่าง

Bearing 6205

= 25 × 52 × 15 mm

โดย

25 mm = รูใน

52 mm = วงนอก

15 mm = ความกว้าง

ข้อสำคัญก่อนสั่งซื้อ Bearing

แม้ Bearing จะมี ID × OD × Width เท่ากัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณี

ควรตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างน้อย

  • Bearing Type

  • Series

  • Seal / Shield

  • Internal Clearance

  • Cage Material

  • Precision Class

  • Load Direction

  • Speed Requirement

  • Operating Temperature

  • Lubrication

  • Bore Type

โดยเฉพาะ Bearing ที่ใช้งานกับ Motor, Gearbox, Pump, Industrial Machinery หรือเครื่องจักรความเร็วสูง ควรยืนยัน Part Number และ Specification เดิมก่อนสั่งซื้อ

สรุป

วิธีตรวจสอบ Bearing ที่แม่นยำที่สุดคือ

อ่าน Part Number เดิม + วัด ID + วัด OD + วัด Width + ตรวจสอบ Seal + ตรวจสอบ Clearance

หากไม่สามารถอ่าน Part Number ได้ ให้เริ่มจากการวัด

ID × OD × Width

แล้วนำขนาดไปเทียบกับตาราง Bearing มาตรฐาน จากนั้นจึงตรวจสอบรูปแบบและ Specification เพิ่มเติมก่อนเลือก Bearing ทดแทน

การวัดอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงในการสั่ง Bearing ผิดขนาด ลด Downtime ของเครื่องจักร และช่วยให้สามารถหา Bearing Equivalent หรือ Cross Reference จากผู้ผลิตรายอื่นได้ง่ายขึ้น