บริการของเรา
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย
ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้
มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้
มีนโยบายรับประกันสินค้า และคืนสินค้า ภายใน 7 วัน
ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อเราได้ง่ายหลากหลายช่องทาง Facebook, LINE, โทรศัพท์, อีเมลล์
เชิญแอดไลน์
เชิญแอดไลน์
ไลน์ไอดี: dusitrea หรือ โทร. 099-449-5169

วิธีวัดขนาดซีลกันฝุ่น (Dust Seal / Wiper Seal) อย่างละเอียด

ซีลกันฝุ่น หรือที่เรียกว่า Dust Seal, Wiper Seal หรือ Scraper Seal เป็นซีลที่ติดตั้งบริเวณปลายกระบอกไฮดรอลิกหรือกระบอกลม มีหน้าที่ป้องกันฝุ่น ดิน น้ำ โคลน เศษโลหะ และสิ่งสกปรกจากภายนอกไม่ให้เข้าไปภายในระบบ

การวัดขนาดซีลกันฝุ่นอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อซีลเดิมไม่มี Part Number, ตัวเลขบนซีลอ่านไม่ชัด หรือจำเป็นต้องหา Seal รุ่นทดแทนจากผู้ผลิตรายอื่น

โดยทั่วไป ขนาด Dust Seal จะระบุในรูปแบบ:

d × D × H

หรือ

ID × OD × Height

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

หมายถึง

  • d / ID = 30 mm — ขนาดเพลาหรือ Rod Diameter

  • D / OD = 40 mm — เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของซีล

  • H = 7 mm — ความสูงหรือความหนาของซีล

อย่างไรก็ตาม Dust Seal บาง Profile อาจมีความสูงสองค่า เช่น

H และ H1

หรือมี Lip ยื่นออกจากตัวซีล จึงควรตรวจสอบรูปทรงของซีลร่วมกับขนาดเสมอ


1. ทำความเข้าใจโครงสร้างของ Dust Seal

ก่อนเริ่มวัด ควรแยกส่วนต่าง ๆ ของซีลให้ชัดเจน

Dust Seal ทั่วไปประกอบด้วย:

  • Inner Wiping Lip — ปากซีลที่สัมผัสกับ Rod

  • Outer Diameter — ส่วนที่ยึดอยู่กับ Housing หรือ Groove

  • Seal Body — ตัวซีลหลัก

  • Static Sealing Area — บริเวณที่ซีลสัมผัสกับ Housing

  • Metal Case — พบใน Dust Seal บางประเภท

  • Secondary Lip — พบใน Double Lip Wiper บางรุ่น

วัตถุประสงค์หลักของ Wiper Lip คือการปาดสิ่งสกปรกออกจาก Rod ขณะ Rod เคลื่อนกลับเข้าไปในกระบอก


2. เครื่องมือสำหรับวัด Dust Seal

เครื่องมือที่แนะนำคือ:

Vernier Caliper

เหมาะสำหรับวัด:

  • Inside Diameter

  • Outside Diameter

  • Seal Height

  • Lip Height

  • Groove Width

ควรใช้ Vernier Caliper ที่มีความละเอียดอย่างน้อย

0.01 mm

สำหรับซีลขนาดเล็กหรือขนาดที่ใกล้เคียงกันมาก อาจใช้:

Micrometer

เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัดความหนาหรือ OD

แต่ต้องระวังไม่ให้กดซีลแรงจน Elastomer เสียรูป


3. ทำความสะอาดซีลก่อนวัด

ก่อนวัดควรเช็ดซีลให้สะอาด

กำจัด:

  • ฝุ่น

  • คราบน้ำมัน

  • จาระบี

  • ดิน

  • สนิมจาก Housing

  • เศษโลหะ

  • คราบสารเคมี

ควรวางซีลบนพื้นเรียบ และปล่อยให้ซีลอยู่ในรูปทรงธรรมชาติ

ห้ามดึง Lip หรือบีบตัวซีลขณะวัด

เพราะ Dust Seal โดยเฉพาะแบบ Rubber หรือ Polyurethane สามารถยืดหยุ่นและเสียรูปได้ง่าย


4. วิธีวัด Inside Diameter — d หรือ ID

ขนาดด้านในของ Dust Seal โดยทั่วไปสัมพันธ์กับขนาด Rod ที่ซีลใช้งาน

สัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยคือ

d

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

หมายถึง

d = 30 mm

วิธีวัดจากตัวซีล

ใช้ปากวัดด้านในของ Vernier Caliper

วัดช่องเปิดตรงกลางของซีลในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการดึงหรือกาง Wiper Lip

ควรวัดผ่านแนว Center Line

ตัวอย่างวัดได้:

29.6 mm

ห้ามสรุปทันทีว่า Seal ID = 29.6 mm

เนื่องจาก Wiper Lip อาจถูกออกแบบให้มี Interference กับ Rod

ขนาด Nominal ของ Rod อาจเป็น:

30 mm

ดังนั้นสำหรับ Dust Seal ควรใช้การวัดจาก Rod เป็นข้อมูลหลัก หากสามารถเข้าถึง Rod ได้


5. วิธีที่แม่นยำที่สุด: วัด Rod Diameter

สำหรับ Dust Seal การวัด Rod Diameter มักแม่นยำกว่าการวัดรูในของซีลเก่า

วิธีวัด

ใช้ Vernier Caliper หรือ Micrometer วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง Rod

วัดอย่างน้อย 2–3 ตำแหน่ง

ตัวอย่าง:

29.99 mm

30.00 mm

30.01 mm

สามารถสรุปได้ว่า

Rod Diameter = 30 mm

ดังนั้นค่า d ของ Dust Seal ควรอ้างอิงเป็น:

30 mm

หลักการนี้สำคัญมาก เพราะ Lip Diameter ของ Dust Seal อาจเล็กกว่า Rod Diameter เล็กน้อยโดยตั้งใจ เพื่อสร้างแรงสัมผัสสำหรับการปาดฝุ่น


6. วิธีวัด Outside Diameter — D หรือ OD

ค่า Outside Diameter คือเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของซีล

สัญลักษณ์มาตรฐานคือ:

D

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

ดังนั้น:

D = 40 mm

วิธีวัด

ใช้ปากวัดภายนอกของ Vernier Caliper

วัด Outer Diameter ของตัวซีลจากขอบนอกฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

ให้แนววัดผ่าน Center Line

ตัวอย่าง:

39.95 mm

ซีลเดิมอาจมี Nominal OD:

40 mm

สำหรับ Dust Seal แบบ Press Fit หรือ Metal Case อาจพบค่า OD จริงที่แตกต่างจาก Nominal เล็กน้อย เนื่องจากการออกแบบ Interference Fit


7. วิธีวัด Seal Height — H

ค่าที่สามคือ:

Height

หรือ

Seal Width / Seal Thickness

สัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยคือ:

H

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

หมายถึง

H = 7 mm

วิธีวัด

วางซีลบนพื้นเรียบ

ใช้ Vernier Caliper วัดจากฐานล่างของซีลถึงส่วนบนสุดของ Body

ต้องแยกให้ออกระหว่าง:

  • Body Height

  • Total Height

  • Lip Projection

เพราะ Dust Seal บางแบบมี Lip ยื่นเหนือ Housing


8. Dust Seal ที่มี H และ H1

Dust Seal บาง Profile มีความสูงมากกว่าหนึ่งค่า

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 5/7 mm

อาจหมายถึง:

  • H = 5 mm — ความสูงส่วนที่เข้า Groove

  • H1 = 7 mm — ความสูงรวมถึง Lip

ดังนั้นก่อนเทียบสินค้า ควรถ่ายรูป Side Profile และวัดทั้งสองค่า

ไม่ควรใช้เพียง Total Height อย่างเดียว


9. วิธีวัด Lip Projection

Dust Seal บางรุ่นมี Wiper Lip ยื่นออกจากตัวซีล

ควรวัด:

Lip Projection

โดยวัดจากด้านบนของ Seal Body ถึงปลาย Wiper Lip

ข้อมูลนี้ช่วยแยก Profile ที่มีขนาด d × D × H เหมือนกัน แต่รูปทรงแตกต่างกัน


10. วิธีวัด Metal Case Dust Seal

Dust Seal บางประเภทมีโครงเหล็กด้านนอก

เรียกว่า:

  • Metal Case Wiper

  • Metal Cased Dust Seal

  • Press-Fit Wiper

กรณีนี้ต้องวัด:

  • Rod Diameter

  • Metal Case OD

  • Overall Height

  • Wiper Lip Configuration

ควรตรวจสอบด้วยว่า Metal Case เป็น:

  • Full Metal OD

  • Rubber Covered Metal Case

  • Metal + Rubber Composite

เพราะวิธีการติดตั้งและ Interference Fit ต่างกัน


11. วิธีวัด Rubber / PU Dust Seal

Dust Seal ที่ทำจาก Rubber หรือ Polyurethane มักติดตั้งลงใน Groove

ค่าที่ควรวัดคือ:

  • Rod Diameter

  • Seal OD

  • Seal Height

  • Groove Diameter

  • Groove Width

Polyurethane Dust Seal อาจแข็งกว่า NBR และมี Profile ที่ซับซ้อนกว่า

ไม่ควรเลือกจาก OD และ Height เพียงอย่างเดียว


12. วัด Groove เมื่อซีลเก่าเสียรูป

หาก Dust Seal เก่า:

  • แตก

  • แข็ง

  • ยืด

  • บวม

  • บิด

  • ขาด

  • เสียรูปจากการถอด

การวัดจากซีลอาจไม่แม่นยำ

ในกรณีนี้ควรวัด Groove ของกระบอก

ค่าที่ควรวัด ได้แก่:

Groove Diameter

เส้นผ่านศูนย์กลางของตำแหน่งติดตั้งซีล

Groove Width

ความกว้างของ Groove

Groove Depth

ความลึกของ Groove

ข้อมูล Groove สามารถช่วยยืนยัน Seal Profile และขนาดได้ดีมาก


13. ตัวอย่างการวัด Dust Seal จริง

สมมติวัดได้ดังนี้:

Rod Diameter:

39.99 mm

Seal OD:

49.94 mm

Body Height:

6.05 mm

Overall Height:

8.02 mm

สามารถประมาณได้ว่า Dust Seal อาจมีขนาด:

40 × 50 × 6/8 mm

โดย:

  • d = 40 mm

  • D = 50 mm

  • H = 6 mm

  • H1 = 8 mm

จากนั้นควรนำขนาดไปเทียบกับ Dust Seal Profile Catalog


14. อย่าวัด Lip ID แล้วถือเป็น Rod Size ทันที

นี่เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

ตัวอย่าง:

วัด Lip ID ได้:

39.2 mm

แล้วสรุปว่า Dust Seal ใช้กับ Rod 39.2 mm

อาจผิด

เพราะ Wiper Lip ถูกออกแบบให้สัมผัสกับ Rod ด้วย Interference

Rod จริงอาจเป็น:

40 mm

ดังนั้นควร:

วัด Rod โดยตรงเป็นอันดับแรก

หากทำได้


15. Dust Seal แบบ Single Lip

Single Lip Dust Seal มี Wiper Lip หลักหนึ่งตำแหน่ง

หน้าที่หลักคือ:

  • ปาดฝุ่น

  • ปาดน้ำ

  • ป้องกันโคลน

  • ลดสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ระบบ

ใช้กันมากใน:

  • Hydraulic Cylinder

  • Pneumatic Cylinder

  • Construction Machinery

  • Industrial Equipment


16. Dust Seal แบบ Double Lip

Double Lip Wiper มี Lip เพิ่มอีกด้าน

อาจทำหน้าที่:

  • ปาดสิ่งสกปรกภายนอก

  • ช่วยควบคุม Film น้ำมัน

  • ทำหน้าที่ Secondary Seal บางส่วน

หากเปลี่ยน Double Lip เป็น Single Lip แม้ขนาดเท่ากัน อาจทำให้พฤติกรรมการซีลเปลี่ยนไป

ดังนั้นต้องดู Profile ด้วย


17. Open Groove และ Closed Groove

Dust Seal สามารถติดตั้งใน Groove หลายแบบ

Open Groove

สามารถกดหรือ Snap Seal เข้าไปได้ง่าย

Closed Groove

ต้องพิจารณาความยืดหยุ่นของ Seal และวิธีติดตั้ง

Seal บาง Profile ไม่เหมาะกับ Closed Groove แม้ขนาด Nominal จะเท่ากัน


18. วัสดุของ Dust Seal

ขนาดเท่ากันไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนกันได้ทุกกรณี

วัสดุที่พบบ่อย ได้แก่:

NBR

เหมาะกับ:

  • Hydraulic Oil

  • Mineral Oil

  • General Industrial Application

มีความยืดหยุ่นดีและใช้งานแพร่หลาย

PU / Polyurethane

มีความทนทานต่อ:

  • Abrasion

  • Wear

  • Extrusion

เหมาะกับกระบอกไฮดรอลิกและงาน Heavy Duty

FKM

เหมาะกับ:

  • อุณหภูมิสูง

  • น้ำมัน

  • Chemical Resistance บางประเภท

PTFE

ใช้ในงานเฉพาะที่ต้องการ:

  • Low Friction

  • Chemical Resistance

  • High Temperature Capability

ดังนั้นควรระบุ Material ควบคู่กับขนาด


19. ความแข็งของวัสดุ

Dust Seal อาจมี Hardness แตกต่างกัน

เช่น:

  • NBR 70 Shore A

  • NBR 80 Shore A

  • PU 90 Shore A

  • PU 95 Shore A

ความแข็งมีผลต่อ:

  • Wiping Force

  • Friction

  • Wear Resistance

  • Installation

  • Service Life

ดังนั้นควรพิจารณา Hardness หากเป็นงานเฉพาะหรือ Heavy Duty


20. Metric และ Inch Dust Seal

Dust Seal มีทั้งระบบ Metric และ Inch

Metric

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

Inch

ตัวอย่าง:

1.250 × 1.625 × 0.250 inch

การแปลงหน่วย:

1 inch = 25.4 mm

ต้องระวังไม่เลือก Metric Seal ไปใช้แทน Inch Seal ที่มีขนาดใกล้เคียงกันโดยไม่ได้ตรวจสอบจริง


21. วิธีตรวจสอบ Dust Seal เก่าที่อ่าน Part Number ไม่ได้

หากไม่เห็น Part Number ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:

Step 1: ถ่ายรูปด้านหน้า

Step 2: ถ่ายรูปด้านหลัง

Step 3: ถ่ายรูป Side Profile

Step 4: วัด Rod Diameter

Step 5: วัด Seal OD

Step 6: วัด Body Height

Step 7: วัด Overall Height

Step 8: วัด Groove

Step 9: ระบุ Material ถ้าทราบ

Step 10: ระบุเครื่องจักรและตำแหน่งติดตั้ง

จากนั้นจึงนำข้อมูลไปเทียบกับ Catalog


22. ข้อมูลที่ควรส่งให้ร้านค้าเมื่อต้องการหา Dust Seal

เพื่อให้ช่วยหา Seal ได้แม่นยำ ควรส่งข้อมูล:

  1. Rod Diameter

  2. Seal Outside Diameter

  3. Body Height

  4. Overall Height

  5. Groove Diameter

  6. Groove Width

  7. Material

  8. Color

  9. Part Number ถ้ามี

  10. Brand ถ้ามี

  11. Photo Front View

  12. Photo Back View

  13. Photo Side Profile

  14. Photo ขณะวัดด้วย Vernier

  15. Machine Model

  16. Hydraulic / Pneumatic Application


23. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวัด Dust Seal

ข้อผิดพลาดที่พบเป็นประจำ ได้แก่:

  • ใช้ Lip ID เป็น Rod Diameter

  • บีบซีลขณะวัด

  • ไม่แยก Body Height กับ Overall Height

  • วัดซีลเก่าที่บวมแล้วใช้ค่านั้นสั่งของใหม่

  • ไม่วัด Groove

  • ไม่ดู Profile

  • ไม่ตรวจ Material

  • ไม่แยก Metal Case กับ Rubber OD

  • ไม่ตรวจ Metric หรือ Inch

  • เลือก Seal ที่ขนาดเท่ากันแต่ Lip Design ต่างกัน


24. ขั้นตอนแนะนำในการหา Dust Seal Replacement

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ:

Step 1: ตรวจสอบ Part Number เดิม

Step 2: ตรวจสอบ Brand เดิม

Step 3: วัด Rod Diameter

Step 4: วัด Seal OD

Step 5: วัด Body Height

Step 6: วัด Overall Height

Step 7: ตรวจสอบ Lip Profile

Step 8: วัด Groove

Step 9: ตรวจสอบ Material

Step 10: เทียบ Catalog หรือ Cross Reference ก่อนสั่งซื้อ


สูตรจำง่ายสำหรับ Dust Seal

สำหรับ Dust Seal ทั่วไป สามารถเริ่มต้นด้วย:

d × D × H

หรือ

Rod Diameter × Seal OD × Height

ตัวอย่าง:

30 × 40 × 7 mm

หมายถึง:

Rod Diameter = 30 mm

Seal OD = 40 mm

Height = 7 mm

หากมีความสูงสองค่า:

30 × 40 × 5/7 mm

อาจหมายถึง:

Rod Diameter = 30 mm

Seal OD = 40 mm

Body Height = 5 mm

Overall Height = 7 mm


สรุป

การวัด Dust Seal ที่ถูกต้องไม่ควรวัดเฉพาะรูในและวงนอกของซีลเท่านั้น

สำหรับงาน Hydraulic หรือ Pneumatic ควรให้ความสำคัญกับ:

Rod Diameter

+ Seal OD

+ Body Height

+ Overall Height

+ Lip Profile

+ Groove Dimensions

โดยเฉพาะ Rod Diameter ควรวัดจาก Rod จริง หากสามารถทำได้ เนื่องจาก Wiper Lip ของ Dust Seal อาจถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กกว่า Rod เล็กน้อยเพื่อสร้างแรงสัมผัสในการปาดฝุ่น

วิธีระบุ Dust Seal ที่แม่นยำที่สุดคือ:

Original Part Number

+ Rod Diameter

+ Seal Dimensions

+ Side Profile

+ Groove Dimensions

+ Material

ไม่ควรเลือก Dust Seal จากขนาดเพียงอย่างเดียว เพราะ Seal ที่มีขนาดเท่ากันอาจมี Profile, Lip Design, Material, Hardness และวิธีติดตั้งแตกต่างกัน

การวัดอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงในการสั่งซีลผิด ลดการรั่วซึม ลดสิ่งสกปรกเข้าสู่ระบบ และช่วยยืดอายุการใช้งานของ Rod Seal, Hydraulic Cylinder และอุปกรณ์ภายในระบบโดยรวม